คำแปลบทสวดมนต์

สวัสดีวันนี้เรามีเวลาว่างจากการทำงานจึงไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการแปลบทสวดมนต์มาให้ดูกันครับว่าบทสวดมนต์ที่เราสวดๆกันอยู่นั้นมันมีความหมายว่าอะไรบ้าง
บทสวดมนต์ (แปล)

คำแปลกราบพระรัตนตรัย

พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ข้าพเจ้า อภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)

พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว
ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม (กราบ)

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)

คำแปลนมัสการ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็น ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง (๓ จบ)

คำแปลไตรสรณคมน์

ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก

แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก

คำแปลพระพุทธคุณ

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
เป็นผู้ไกลจากกิเลส
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ (ความรู้และความประพฤติ)
เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
เป็นผู้มีความเจริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้ฯ

คำแปลพระธรรมคุณ

พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัตึพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้ฯ

คำแปลพระสังฆคุณ

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติดีแล้ว
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติตรงแล้ว
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติสมควรแล้ว

ได้แก่ บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัว บุรุษได้ ๘ บุรุษ
นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า

เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้ฯ

คำแปลพุทธชัยมงคลคาถา

๑. พระจอมมุนีได้ทรงชนะพญามารผู้เนรมิตแขนมากตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่คชสารชื่อครีเมขละ พร้อมด้วยเสนา มารโห่ร้องกึกก้อง
ด้วยธรรมวิธี คือ ทรงระลึกถึงพระบารมี ๑๐ ประการ ที่ทรงบำเพ็ญแล้ว มีทานบารมีเป็นต้น
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

๒. พระจอมมุนีได้ทรงชนะอาฬวกยักษ์ ผู้มีจิตกระด้าง ดุร้ายเหี้ยมโหด มีฤทธิ์ยิ่งกว่าพญามาร ผู้เข้ามาต่อสู้ยิ่งนัก จนตลอดรุ่ง
ด้วยวิธีที่ทรงฝึกฝนเป็นอันดี คือ ขันติบารมี
(คือ ความอดทน อดกลั้น ซึ่งเป็น ๑ ในพระบารมี ๑๐ ประการ)
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

๓. พระจอมมุนีได้ทรงชนะพญาช้างตัวประเสริฐชื่อ นาฬาคิรี เป็นช้างเมามันยิ่งนัก ดุร้ายประดุจไฟป่า และร้ายแรงดังจักราวุธและสายฟ้า (ขององค์อินทร์) ด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำ คือ พระเมตตา
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

๔. พระจอมมุนีทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ทางใจอันยอดเยี่ยม ชนะโจรชื่อองคุลิมาล (ผู้มีพวงมาลัย คือ นิ้วมือมนุษย์) แสนร้ายกาจ
มีฝีมือ ถือดาบวิ่งไล่พระองค์ไปสิ้นทาง ๓ โยชน์
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

๕. พระจอมมุนีได้ทรงชนะความกล่าวร้ายของนางจิญจมาณวิกา
ผู้ทำอาการประดุจว่ามีครรภ์ เพราะทำไม้สัณฐานกลม (ผูกติดไว้) ให้เป็นประดุจมีท้อง
ด้วยวิธีสมาธิอันงาม คือ ความสงบระงับพระหฤทัย
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

๖. พระจอมมุนี ทรงรุ่งเรืองแล้วด้วยประทีป คือ ปัญญา ได้ชนะสัจจกนิครนถ์
(อ่านว่า สัจจะกะนิครนถ์, นิครนถ์ คือ นักบวชประเภทหนึ่งในสมัยพุทธกาล)
ผู้มีอัชฌาสัยในที่จะสละเสียซึ่งความสัตย์ มุ่งยกถ้อยคำของตนให้สูงล้ำดุจยกธง
เป็นผู้มืดมนยิ่งนัก
ด้วยเทศนาญาณวิธี คือ รู้อัชฌาสัยแล้ว ตรัสเทศนาให้มองเห็นความจริง
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

๗. พระจอมมุนีทรงโปรดให้พระโมคคัลลานะเถระพุทธชิโนรส นิรมิตกายเป็นนาคราชไปทรมานพญานาคราช ชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีความหลงผิดมีฤทธิ์มาก
ด้วยวิธีให้ฤทธิ์ที่เหนือกว่าแก่พระเถระ
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

๘. พระจอมมุนีได้ทรงชนะพรหมผู้มีนามว่าพกาพรหม ผู้มีฤทธิ์ สำคัญตนว่าเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ มีความเห็นผิดประดุจถูกงูรัดมือไว้อย่างแน่นแฟ้นแล้ว
ด้วยวิธีวางยาอันพิเศษ คือ เทศนาญาณ
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

นรชนใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพระพุทธชัยมงคล ๘ บทนี้ทุก ๆ วัน
นรชนนั้นจะพึงละเสียได้ ซึ่งอุปัทวันตรายทั้งหลายมีประการต่าง ๆ
เป็นอเนกและถึงซึ่งวิโมกข์ (คือ ความหลุดพ้น) อันเป็นบรมสุขแล

คำแปลมหาการุณิโก

ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ประกอบแล้วด้วยพระมหากรุณา ยังบารมีทั้งหลายทั้งปวงให้เต็ม เพื่อประโยชน์แก่สรรพ
สัตว์ทั้งหลาย ได้บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดมแล้ว ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน

ขอท่านจงมีชัยชนะ ดุจพระจอมมุนีที่ทรงชนะมาร ที่โคนโพธิพฤกษ์ ถึงความเป็นผู้เลิศในสรรพพุทธาภิเษก ทรงปราโมทย์อยู่บนอปราชิตบัลลังก์อันสูง เป็นจอมมหาปฐพี ทรงเพิ่มพูนความยินดีแก่ เหล่าประยูรญาติศากยวงศ์ฉะนั้นเทอญ

เวลาที่ “สัตว์” (หมายถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เช่น มนุษย์และสรรพสัตว์) ประพฤติชอบ ชื่อว่า ฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี และขณะดี ครู่ดี บูชาดีแล้ว ในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย กายกรรม เป็นประทักษิณ วจีกรรม เป็นประทักษิณ มโนกรรม เป็นประทักษิณ ความปรารถนาของท่านเป็นประทักษิณ สัตว์ทั้งหลายทำกรรม อันเป็นประทักษิณแล้ว ย่อมได้ประโยชน์ทั้งหลาย อันเป็น ประทักษิณ*

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแกท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

หมายเหตุ ประทักษิณ หมายถึง การกระทำความดีด้วย ความเคารพ โดยใช้มือขวาหรือแขนด้านขวา หรือที่หลายท่าน เรียกว่า “ส่วนเบื้องขวา” ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่มีมาช้านานแล้ว ซึ่งพวกพราหมณ์ถือว่า การประทักษิณ คือ การเดินเวียนขวารอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบุคคลที่ตนเคารพนั้น เป็นการให้เกียรติ และเป็นการแสดงความเคารพสูงสุด เป็นมงคลสูงสุด เพราะฉะนั้นบาลีที่แสดงไว้ว่า กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ความปรารถนาและการที่กระทำกรรมทั้งหลาย เป็นประทักษิณ อันเป็นส่วนเบื้องขวาหรือเวียนขวานั้น จึงหมายถึงการทำการพูดการคิดที่เป็นมงคล และผลที่ได้รับก็เป็นประทักษิณ อันเป็นส่วนเบื้องขวาหรือเวียนขวา ก็หมายถึงได้รับผลที่เป็นมงคลอันสูงสุดนั่นแลฯ

คาถาชินบัญชร

คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

สวัสดีครับวันนี้เรานำคาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พร้อมกับคำแปล มาให้เอาไปท่องก่อนนอนกันนะครับ เรามาดูกันเลยดีกว่าครับเพื่อนๆ

พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมาจากลังกา
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ
ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง
ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ
ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงหลวงปู่โตและตั้งคำอธิษฐานแล้วเริ่มสวด

เริ่มสวด นโม 3 จบ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร
ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา.

สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก.

ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

กุมาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร.

ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.

เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

ชินา นานาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา
วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.

อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.

อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

คำแปล

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์
ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ
อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

มี ๒๘ พระองค์คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นต้น พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะ
พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง
พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจพระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา
พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา
พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

มุนีผู้ประเสริฐคือพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง
อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ
มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี
พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพระโอรส
เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน
รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้าพระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา
พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร
เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้
ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง
สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ
เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม
แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน
อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น
เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น
จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม
จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า
ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพ
แห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ

LEXUS CT HYBRID เล็กซัส ซีที ไฮบริด

วันนี้นำทุกท่านมาสู่โลกของรถยนต์ LEXUS CT HYBRID เล็กซัส ซีที ไฮบริด ราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงใครก็เป็นเจ้าของได้ LEXUS CT HYBRID นับเป็นยนตรกรรมแฮทช์แบคที่มาพร้อมกับความหรูที่สัมผัสได้ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี FULL HYBRID ซึ่งรถยนต์ LEXUS CT HYBRID เล็กซัส ซีที ไฮบริดมีให้ท่านได้เลือกสามรุ่นด้วยกันคือ

CT 200h Luxury มาในราคา 1,999,000 บาท
CT 200h Sport มาในราคา 2,690,000 บาท
CT 200h Premium มาในราคา 2,740,000 บาท

lexus-ct-hybrid-2-vert

เครื่องยนต์ 2ZR-FXE 14 DOHC 16-Vale VVT-I 1798 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ E-CVT 136 แรงม้า โดยมีมิติของรถยนต์คือ ความยาว 4350 มิลลิเมตร ความกว้าง 1765 มิลลิเมตร ความสูง 1460 มิลลิเมตร

เป็นรถยนต์ชนิด 5 ประตู ภายนอกออกแบบได้โดดเด่นโดนใจคนยุคสมัยใหม่มากเลยทีเดียว แถมยังเป็นเครื่องไฮบริดที่ช่วยประหยัดพลังงานและยังรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ด้วยการออกแบบกระโปรงหน้าให้อยู่ในระดับต่ำประกอบกับเส้นหลังคาที่ยาว และครีบด้านข้างที่มีรูปคล้ายกระดานโต้คลื่น CT Hybrid ที่ลู่ลมตามอากาศพลศาสตร์ โครงสร้างที่แข็งแกร่งและจุดศูนย์แรงโน้มถ่วงที่ต่ำทำให้ CT มีสมรรถนะการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ อิสระในการเลือกโหมดของการขับขี่ตามต้องการ หลังคามูนรูฟ กระจังหน้าแบบ Spindle grille ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ระบบความปลอดภัยที่ช่วยลดการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ ถุงลมนิรภัยและเข็มขัดนิรภัย ระบบดูดซับแรงกระแทก มีระบบควบคุมเสถียรภาพ ควบคุมการทรงตัวไม่ให่รถเสียสมดุล มีระบบควบคุมเบรกและล้อ พร้อมส่งแรงดันน้ำมันเบรคไปยังล้อเพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบการกระจายแรงเบรค ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยม ลำโพง 10 ตัว มีระบบควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย อิสรภาพในการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด

สีของรถยนต์ LEXUS CT HYBRID เล็กซัส ซีที ไฮบริด

lexus-ct-hybrid-27-tile

เล็กซัส CT มีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำ มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 88 กรัมต่อ กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน อัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ย 26.32 กิโลเมตรต่อลิตร

หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่โชว์รูมเล็กซัสทั่วประเทศ

พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร

capture-20160922-164043

“พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์” หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” หรือ “พระแก้วขาว” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างจากเนื้อแก้วใสสะอาดบริสุทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 1.9 นิ้ว ศิลปะเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมืองยโสธร ปัจจุบันประดิษฐาน ณ วัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.ยโสธร
ในอดีตนั้นเคยประดิษฐานอยู่คู่กับพระแก้วมรกตในหอพระแก้วเมืองเชียงใหม่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2011 และประทับอยู่เป็นสิริมงคลนานถึง 78 ปี
หลังพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชครองหลวงพระบาง จึงมีความเห็นว่าสมควรอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระแก้วขาวไปไว้ที่ราชธานีล้านช้าง เพื่อให้ห่างไกลจากเงื้อมมือพม่าข้าศึก จึงโปรดฯ ให้ประดิษฐานพระแก้วมรกตประทับอยู่ร่วมกันอีกครั้ง
ได้มีผู้ลักพาพระแก้วขาวออกจากหลวงพระบางไปซ่อนไว้ที่เขาส้มป่อย ต่อมามีพราน 2 พี่น้อง ชื่อ พรานทึงและพรานเทือง ไปพบว่าจมอยู่ใต้สระน้ำจึงนำขึ้นมา ความลือไปถึงเจ้าสร้อยศรีสมุทร พุทธางกูร ผู้ครองนครจำปาศักดิ์ จึงให้ท้าวเพียผู้ใหญ่ไปสืบเอาพระแก้วขาวมา
ขณะอัญเชิญมาถึงตำบลแห่งหนึ่ง ริมน้ำเซโดนได้พากันพักแรมหนึ่งคืน พอรุ่งเช้าปรากฏว่าพระแก้วขาวหายไปจึง ให้คนเที่ยวค้นหา มีผู้ไปพบอยู่ที่บ้าน พรานทึงดังเดิม ท้าวเพียได้ทำพิธีคารวะพระแก้วขาว โดยขออัญเชิญไปยังหลวงพระบางได้สะดวก อย่าได้ลักหนีไปอีกเลย
แต่ในระหว่างทางเกิดพายุทำให้พระแก้วขาวตกลงไปในน้ำหาอย่างไรก็ไม่พบ เจ้าสร้อยศรีสมุทรฯ ทรงกระทำพิธีกรรมบวงสรวงเทพารักษ์ ตั้งสัตยาธิษฐานขอให้ได้พระแก้วขาวกลับคืนมาเป็นสิริมงคล เมื่อสัมฤทธิผลจึงจัดงานฉลองสมโภชเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน
ตามข้อสันนิษฐานที่สืบทราบความว่า เมื่อครั้งเจ้าพระยาราช สุภาวดี ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์ เจ้าอุปฮาดบุตรของท้าวคำ ท้าวฝ่าย ท้าวสุวอ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าพระยาขัตติวงศา ได้ไปรบด้วย มีท่านพระครูหลักคำกุผู้มีภูมิ ความรู้ถนัดในทางโหราศาสตร์ เป็นผู้ให้ฤกษ์และทำพิธีตัดไม้ ข่มนาม ซึ่งเป็นพิธีปฐมกรรม อันเป็นการให้ขวัญและกำลังใจ แก่ทหาร จึงทำให้การรบในครั้งนั้นประสบชัยชนะ
ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงได้มีรับสั่งให้พาเข้าเฝ้าโดยด่วน โดยมีท้าวฝ่าย และพระครูหลักคำกุ เป็นผู้เข้าเฝ้าที่กรุงเทพมหานคร โปรดเกล้าฯ พระราช ทานสัญญาบัตรให้ท้าวฝ่ายเป็นพระสุนทรราชวงศา พระครูหลักคำกุ เป็นพระครูวชิรปัญญา แล้วพระราชทาน ปืนนางป้อม 1 กระบอก ให้พร้อมกับพระพุทธบุษรัตน์ เพื่อเป็นสิริมงคล แก่เมืองยโสธร นับแต่นั้นเป็นต้นมา
สำหรับในจารึกประชุมพง ศาวดาร ภาคที่ 80 เมื่อ พ.ศ.2440 (ร.ศ.115) กล่าวว่า ท้าวพญาเมืองจำปาศักดิ์ได้ถวายพระแก้วขาวแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงโปรดให้อัญเชิญลงมากรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.2355 ต่อมารัชกาลที่ 3 พระราชทานให้ชาวเมืองยโสธร

โปรโมชั่น Navara Day แจกทอง! ถึง 31 กรกฏาคม 2559

567895479874123321

แจกจริง! รวยจริง! สำหรับท่านที่ต้องการออกแบบรถยนต์รถกระบะ Nissan Navara NP300 ทุกรุ่น ทุกแบบร่วมลุ้นของรางวัลมากมาย แจกสนั่น แจกกระจายจำนวน 55 รางวัล
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) ดาวน์ต่ำสุด 9,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 51,201 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น K/C S 6MT 16MY ราคา 612,000 บาท)**

หรือ

(2) รับฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี และ

ดอกเบี้ย 1.99% (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ทองคำหนักสูงสุด 2 บาท***
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และเฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่ร่วมโครงการ

** เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

*** เฉพาะรุ่น Sportech, สำหรับรถ K/Cab – D/Cab รุ่นอื่นๆ รับทองคำหนัก 1 บาท

เงื่อนไขการร่วมรายการชิงรางวัล

1. ลูกค้าที่จอง ซื้อ รถกระบะนิสสัน นาวารา ประเภทขายปลีกทุกรุ่นจากผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 กรกฎาคม 2559 และมีกำหนดส่งมอบรถภายในเดือนสิงหาคม 2559 รับสิทธิ์ลงทะเบียนร่วมรายการชิงรางวัล
จำนวน 1 คันต่อ 1 สิทธิ์ โดยกรอกรายละเอียดคูปองชิงรางวัล และส่งที่ผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ เริ่มส่งคูปองชิงรางวัลได้ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 กรกฎาคม 2559

2. ของรางวัล ได้แก่ ทองคำหนัก 5 บาท มูลค่ารางวัลละ 107,000 บาท จำนวน 55 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 5,885,000 บาท หมายเหตุ : ราคาทองคำ ณ วันที่ 15 มิ.ย.59

3. จับรางวัลในวันที่ 17 สิงหาคม 2559 ณ โชว์รูมผู้จำหน่ายนิสสัน เอเลแกนซ์ วีฮิเคิล (ปทุมธานี) ตั้งอยู่ที่ 99/9 หมู่ที่ 3 ถ.กรุงเทพ-ปทุมธานี ต.บ้านฉางอ.เมือง จ.ปทุมธานี เวลา 14.00 น.

4. ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 20 สิงหาคม 2559 ที่เว๊บไซต์นิสสัน nissan.co.th

เงื่อนไขการรับรางวัล:

1. ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลเพียงท่านละ 1 รางวัล เท่านั้น

2. ของรางวัลไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กับบุคคลอื่นได้

3. ผู้โชคดีจะต้องชำระค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544

4. ผู้โชคดีจะได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากบริษัทฯหรือผู้จำหน่ายนิสสันที่ออกรถ เพื่อแจ้งการเป็นผู้โชคดี โดยผู้โชคดีสามารถติดต่อรับรางวัล หรือยืนยันสิทธิ์ในการรับรางวัล ได้ที่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานกรุงเทพฯ) โทร. 02-3393400 ต่อ 4036 ในวันและเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-17.00 น.
ภายในวันที่ 20 ก.ย. 59 เท่านั้น มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์ ทั้งนี้ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการนำรายชื่อผู้โชคดีสำรองตามลำดับขึ้นมาแทน

5. ผู้โชคดีจะต้องรับมอบรถกระบะนิสสัน นาวารา ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 จึงจะมีสิทธิ์รับรางวัลได้ โดยให้นำส่งสำเนาบัตรประชาชน , เอกสารส่งมอบรถ(ฉบับจริง) และ/หรือเอกสารอื่นเพิ่มเติม กรณีบริษัทฯทวงถาม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

6. ทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงของรางวัลที่มีมูลค่าใกล้เคียงกัน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการนำชื่อ-สกุล และรายละเอียดอื่นใดของผู้ที่ได้รับรางวัลออกเผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์ตามที่บริษัทฯเห็นสมควร โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

8. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาดและสิ้นสุดเงื่อนไขเพิ่มเติม: พนักงานและครอบครัวของบริษัท นิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด , ผู้จำหน่ายนิสสัน และคณะกรรมการดำเนินงาน ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมรายการชิงรางวัล

ติดต่อสอบถามได้ที่ ผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-401-9600

ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

78956004

ความทุกข์ไม่เป็นสิ่งที่เจริญใจจึงไม่มีใครปรารถนาแต่ถึงไม่ปรารถนาก็จำต้องได้ รับ ไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงได้ ทุกข์จึงจัดเป็นภัย คือน่ากลัว เพราะเหตุนี้ คนทุกๆ คน ถ้าไม่มีที่พึ่งพำนักอาศัย ก็กล่าวได้ว่า ผู้นั้นต้องทุกข์ถึงตาย หรือทุกข์อย่างสาหัส เพราะว่าผู้ไม่มีที่พึ่งอยู่เป็นทุกข์ เปรียบเหมือนตกอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร ถ้าไม่ได้เครื่องชูชีพ หรือพบเกาะเป็นที่พึ่งพำนัก ก็กล่าวได้ว่าผู้นั้นต้องตาย หรือลำบากแทบตาย

ที่พึ่งมีมากมาย เบื้องต้นก็ต้องพึ่งอาศัยบิดามารดา พึ่งครูอาจารย์ในการศึกษาเล่าเรียน มีธุระเหลือบ่ากว่าแรงตน ก็ต้องพึ่งมิตรสหาย ในที่สุดเมื่อชราและเจ็บป่วย ก็ต้องพึ่งบุตรธิดาและแพทย์ เป็นต้น คนบางคนพอมีทุกข์เกิดขึ้น ก็พึ่งสิ่งต่างๆ เช่น ภูเขา ต้นไม้ ผีสางนางไม้ ที่ทำลงไปเช่นนี้ เพื่อต้องการจะพ้นจากทุกข์ ต้องดิ้นรนหาที่พึ่งต่างๆ ตามความเชื่อถือของตน ที่พึ่งเหล่านี้พระพุทธเจ้ามิได้ตรัสห้าม แต่ไม่ทรงส่งเสริม เพราะบิดามารดาเป็นต้นนั้น เป็นที่พึ่งได้จริง แต่จัดเป็นที่พึ่งภายนอก เป็นที่พึ่งได้ชั่วคราว เพราะฉะนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อตรัสสอนให้มีที่พึ่ง จึงไม่ได้ทรงหมายถึงที่พึ่งภายนอกเหล่านี้ แต่ทรงประสงค์เอาที่พึ่งภายใน คือ การพึ่งตนเอง เพราะเป็นที่พึ่งได้แน่นอน

การพึ่งตนนั้น มิได้ประสงค์ว่าพึ่งสรีระร่างกาย เพราะสรีระร่างกายเป็นแต่เครื่องอาศัยชั่วคราว ไม่เป็นแก่นสารยังยืน จึงกล่าวได้ว่า หัวใจแห่งการพึ่งตนอยู่ที่คุณความดี มีพุทธภาษิตตรัสไว้ว่า “ธัมมะทีปา มีธรรมะเป็นเกาะ ธัมมะสะระณา มีธรรมเป็นสรณะ อะนัญญะสะระณา อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะ”

อันธรรมะเป็นของมีแก่นสาร ไม่มีกำหนดกาลเวลา เป็นของดีมีหลักฐาน ควรจะอ้างอิงชี้ชวนให้มาชมได้ เพราะฉะนั้น จึงไม่มีอะไรสงบเย็นเท่าธรรมะ ควรจะนำมาสู่ตน หรือน้อมตนไปในธรรมะนั้น เพื่อความเย็นสงบและระงับร้อน ดังนั้น ธรรมะจึงเป็นที่พึ่งอย่างประเสริฐ

ธรรมะเป็นที่พึ่งอันสำคัญก็จริง แต่ธรรมะที่อยู่ตามธรรมดา ย่อมไม่สำเร็จเป็นที่พึ่งอันใดได้ แต่เมื่อบุคคลบำเพ็ญธรรมะนั้นให้มีขึ้นในตนแล้ว จึงสำเร็จเป็นที่พึ่งได้ เพราะอาศัยตนเป็นที่พึ่งนั่นเอง เปรียบเหมือนร่มที่อยู่ตามลำพัง หาสำเร็จประโยชน์ตามหน้าที่ไม่ ต่อเมื่อบุคคลนำมากางขึ้น จึงสำเร็จประโยชน์ในอันบังแดดฝนได้ เพราะเหตุนี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสสอนให้พึ่งทั้งตนและพึ่งทั้งธรรมะ

ที่พึ่งคือตน และธรรมะดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และสร้างให้มีขึ้นได้ ด้วยการปฏิบัติตามธรรมะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ซึ่งล้วนเป็นอุปการะในการสร้างที่พึ่งทั้งนั้น ดังพุทธภาษิตบทหนึ่งว่า “ผู้มีปัญญาพึงสร้างเกาะคือที่พึ่ง ซึ่งห้วงน้ำท่วมไม่ได้ ด้วยธรรมะ 4 ข้อ คือ ความหมั่น ความไม่มัวเมา ความสำรวมระวัง ความปราบปรามตน”

ดังนั้น เมื่อตรัสสอนให้ปฏิบัติธรรมอันกระทำที่พึ่งแล้ว จึงตรัสรับรองว่า “เอวัง โข อานันทะ ภิกขุ อัตตะทีโป อัตตะสะระโณ อนัญญะสะระโณ ธัมมะทีโป ธัมมะสะระโณ อนัญญะสะระโณ แปลความว่า อย่างนี้แล อานนท์ ภิกษุชื่อว่ามีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ” แล

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

พัฒนาสู่ความรักที่ไร้ทุกข์

89496085

พัฒนาสู่ความรักที่ไร้ทุกข์

“ความรักที่ไร้ทุกข์นั้น ต้องพัฒนาปัญญาเพิ่มขึ้น โดยให้พิจารณาว่าสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมานี่ ต้องแก่ เจ็บ ตาย และต้องพลัดพรากจากกัน เป็นธรรมดา”

คอลัมน์ คำพระ
ป.อ.ปยุตโต

คนไทยใช้ศรัทธามากกว่าปัญญา

945687898989889977456

คนไทยใช้ศรัทธามากกว่าปัญญา

“พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา แต่สังคมไทยไม่ค่อยใช้ปัญญา เราใช้ศรัทธามากเกินไป จนเป็นแหล่งเพาะเชื้ออย่างดีให้กับความงมงาย”

คอลัมน์ คำพระ
ว.วชิรเมธี

Honda NSX สุดสปอร์ต

HONDA NSX CURVA RED

อีกหนึ่งยนตกรรมที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก Honda NSX ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้เอาใจแฟนๆรถสปอร์ตอย่างแท้จริง ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์อวดโฉมภายนอกของเจ้า NSX เผยแพร่ในโลกออนไลน์เรียกน้ำย่อยอย่างมากเลยทีเดียว Honda NSX ยังไม่ได้เผยข้อมูลอะไรมากมายนอกจากโชว์ภาพเรื่อยมาซึ่งเราคาดว่าจะมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์V6 เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลัง 537 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 686 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด มันเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลาเพียง 3 วินาที เร่งอัตราได้ถึง 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมความสะดวกสบายมากมายเช่น หน้าจอขนาด 7.0 นิ้ว และบนหน้าปัดยังมาพร้อมชุดจอขนาด 8.0 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่และอื่นๆที่จำเป็นในการขับขี่ ชุดเบาะหุ้มหนังอาคันทาร่า ระบบปรับอากาศแยกโซนแบบใหม่ทำให้ควบคุมความซื้นภายในห้องโดยสารได้ดีขึ้น

ข่าวส่งโดย รถยนต์-ใหม่

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ

9870255674454
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ

อะนิจจา วะตะ สังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน
อุปปัชฌิตะวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปสะโม สุโขฯ

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ
มีอันเกิดขึ้นแล้วเสื่อมไปเป็นธรรมดา
เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
ความเข้าไประงับแห่งสังขารทั้งหลายเหล่านั้นเป็นสุข

อะจิรัง วะตะยัง กาโย ปะฐะวิง อะธิเสสสะติ
ฉุฑโฑ อะเปตะ วิญญาโณ
นิรัตถัง วะ กะลิงคะรังฯ

ไม่นานหนอ กายนี้จักนอนทับแผ่นดิน
มีวิญญาณไปปราศแล้ว คือปราศจากวิญญาณต้องถูกทอดทิ้ง
เหมือนอย่างท่อนไม้ท่อนฟืนไม่มีประโยชน์